เกี่ยวกับสถาบันจัดการความรู้

Work One


ปรัชญา 
                    “เรียนรู้ วิธีการ เรียนรูตลอดชีวิต : Learn how to Learn for a Lifetime”

ค่านิยมองค์กร 
                    “บุคลากรเป็นทรัพยากรที่มีค่าสูงสุดขององค์กร”

นโยบาย 
                    นำการจัดการความรู้ (Knowledge Management) มาใช้เป็นเครื่องมือในการพัฒนางาน พัฒนาคนและพัฒนาฐานความรู้ขององค์กรเพื่อให้มหาวิทยาลัยราชภัฏร้อยเอ็ดเป็นองค์กรแห่งการเรียนรู้ตลอดชีวิต

วิสัยทัศน์ 
                    ภายในปี พ.ศ. 2560 สถาบันจัดการความรู้ มหาวิทยาลัยราชภัฏร้อยเอ็ดจะเป็นองค์กรที่สร้างวัฒนธรรมการเรียนรู้ และการแบ่งปันหรือแลกเปลี่ยนเรียนรู้ที่สมบูรณ์

ประวัติความเป็นมา 

                    การจัดการความรู้ (Knowledge Management : KM) เป็นศาสตร์ที่กำลังได้รับความสนใจ อย่างกว้างขวาง เพราะเป็นเครื่องมืออย่างหนึ่งของการพัฒนาคุณภาพงานและได้กลายมาเป็นองค์ประกอบสำคัญประการหนึ่งในกระบวนการ
พัฒนาระบบราชการ กล่าวคือ ตามพระราชกฤษฎีกา ว่าด้วยหลักเกณฑ์ และวิธีการบริหารกิจการบ้านเมืองที่ดี พ.ศ. 2546 มาตรา 11 ได้กำหนดไว้ว่า “ส่วนราชการมีหน้าที่พัฒนาความรู้ในส่วนราชการเพื่อให้มีลักษณะเป็นองค์กรแห่งการเรียนรู้อย่าง
สม่ำเสมอโดยต้องรับรู้ข้อมูลข่าวสารและสามารถประมวลผลความรู้ในด้านต่างๆเพื่อนำมาประยุกต์ใช้ในการปฏิบัติราชการได้
อย่างถูกต้องรวดเร็ว เหมาะสม กับสถานการณ์รวมทั้ง ต้องส่งเสริมและพัฒนาความรู้ ความสามารถสร้างวิสัยทัศน์และปรับ
เปลี่ยนทัศนคติของข้าราชการในสังกัดให้เป็นบุคลากรที่มีประสิทธิภาพและมีการเรียนรู้ร่วมกันทั้งนี้เพื่อประโยชน์ในการปฏิบัติ ราชการของส่วนราชการให้สอดคล้องกับการบริหารราชการให้เกิดผลสัมฤทธิ์ตามพระราชกฤษฎีกานี้” นอกจากนี้ในคู่มือการ
ดำเนินการตามพระราชกฤษฎีกาดังกล่าวของสำนักงานคณะกรรมการพัฒนาระบบข้าราชการ (กพร.) หมวดที่ 3 การบริหาร ราชการเพื่อให้เกิดผลสัมฤทธิ์ต่อภารกิจของรัฐ ข้อ 3 ยังได้ระบุถึงการที่ส่วนราชการจะต้องมีการพัฒนาความรู้ เพื่อให้องค์การมีลักษณะเป็นองค์การแห่งการเรียนรู้รวมทั้งในแนวทางการจัดทำคำรับรองการปฏิบัติราชการและการติดตามประเมินผล การปฏิบัติราชการประจำปี ก็ได้กำหนดไว้ในมิติที่ 4 ด้านการพัฒนาองค์กรโดยกำหนดประเด็น การจัดการความรู้ในองค์กร ไว้เป็น ประเด็นการประเมินผลการปฏิบัติราชการด้วยจึงกล่าวได้ว่าการจัดการความรู้ ได้เข้ามามีบทบาทสำคัญในองค์กรและ
สถาบันอุดมศึกษาของรัฐอย่างมาก

               การจัดการความรู้ในองค์กร หมายถึง การกำหนดให้องค์กรมีการจัดการและนำความรู้โดยเฉพาะความรู้ที่ได้จาก
ประสบการณ์ อันเกิดจากการปฏิบัติงานมาใช้ในการพัฒนาขีดความสามารถและศักยภาพขององค์กรให้ได้มากที่สุด โดย
กระบวนการในการบริหารจัดการความรู้ในองค์กร ประกอบด้วย การระบุความรู้ การคัดเลือก การรวบรวม การจัดระบบ
จัดเก็บความรู้ การเข้าถึงข้อมูลเพื่อสร้างเป็นความรู้ และการถ่ายทอดหรือการแบ่งปันความรู้ ซึ่งเป็นหลักการ สำคัญของการ
จัดการความรู้ไปยังบุคคลเป้าหมายได้อย่างเหมาะสม การจัดการความรู้เป็นกระบวนการที่ดำเนินการร่วมกันโดยผู้ปฏิบัติงาน
ในองค์กรหรือหน่วยงานย่อยขององค์กร เพื่อสร้างและใช้ความรู้ในการทำงานให้เกิดผลสัมฤทธิ์ดีขึ้นกว่าเดิมโดยมีเป้าหมาย
ใหญ่ ๆ  3 ประการคือ
               1. เพื่อพัฒนางานให้มีคุณภาพและเกิดผลสัมฤทธิ์ยิ่งขึ้น
            2. เพื่อพัฒนาคนทุกระดับในองค์กรให้มีความสามารถสูงขึ้น โดยผู้ที่จะได้ประโยชน์มากที่สุด คือ ปฏิบัติงานชั้นผู้น้อยและระดับกลาง
              3. เพื่อพัฒนา “ฐานความรู้” ขององค์กรหรือหน่วยงาน เป็นการเพิ่มพูนทุนความรู้หรือทุน ทางปัญญาขององค์กร ซึ่งจะช่วยให้องค์กรมีศักยภาพในการแข่งขันและการเพิ่มขีดสมรรถนะเพื่อการท้าทายต่อเหตุปัจจัยต่างๆ ที่จะเกิดขึ้นในอนาคต

               จากที่ได้กล่าวมาแล้วข้างต้น จะเห็นได้ว่า การบริหารราชการแนวใหม่ให้ความสำคัญกับการพัฒนาความรู้ ความเชี่ยวชาญของบุคลากรในองค์กรหรือหน่วยงานให้เพียงพอต่อการปฏิบัติงานและให้สอดคล้องกับสังคมที่เปลี่ยนแปลงไปอย่าง รวดเร็ว 

               สำหรับมหาวิทยาลัยราชภัฏร้อยเอ็ด ซึ่งเป็นส่วนราชการสังกัดคณะกรรมการการอุดมศึกษา กระทรวงศึกษาธิการ
ได้ตระหนักถึงความสำคัญในการปฏิบัติราชการตามหลักเกณฑ์และวิธีการบริหารกิจการบ้านเมืองที่ดีจึงมีการนำระบบการจัด
การความรู้ (Knowledge Management) มาใช้ซึ่งระบบดังกล่าวจะเป็นเครื่องมือสำคัญในการสร้าง “พลังทวีคูณ”(Synergy)
ในการปฏิบัติราชการ คือพลัง ของบุคลากรระดับสูงระดับกลางและระดับล่างให้สามารถสร้างผลงานในระดับสร้างสรรค์ มีผล
สัมฤทธิ์สูงทั้งนี้การจัดวางระบบการจัดการความรู้และแผนดำเนินงานมหาวิทยาลัยราชภัฏร้อยเอ็ดได้ดำเนินการตามคำแนะนำ ของ 2 หน่วยงานคือ สำนักงาน ก.พ.ร. และสถาบันเพิ่มผลผลิตแห่งชาติโดยใช้แนวคิด กระบวนการจัดการความรู้ (Knowledge Management Process) กระบวนการบริหารจัดการการเปลี่ยนแปลง (Change Management Process)
มาประยุกต์ใช้ในการจัดทำแผนการจัดการความรู้ (KM Action Plan) มหาวิทยาลัยราชภัฏร้อยเอ็ดในฐานะที่เป็นสถาบัน
อุดมศึกษาซึ่งมีลักษณะเป็นองค์กรแห่ง การเรียนรู้ของคนรุ่นใหม่  และสร้างองค์ความรู้ทั้งที่อยู่ในรูปแบบของความรู้ชัดแจ้ง
 (Explicit Knowledge) เช่น ตำรา ผลงานวิจัยฯลฯและความรู้ฝังลึกที่เป็นประสบการณ์ในตัวคน (Tacit Knowledge) จึงมีข้อได้เปรียบในการใช้แนวคิดการสร้างนวัตกรรมหรือความรู้ใหม่ โดยการนำศาสตร์ของการจัดการความรู้มาประยุกต์ใช้เพื่อประโยชน์ของมหาวิทยาลัยในการพัฒนาการเรียนการสอน การบริหารจัดการสถาบัน การวิจัยการประกันคุณภาพการศึกษา ฯลฯ  เพื่อเสริมสร้างศักยภาพขององค์กรในระยะยาวให้สามารถแข่งขันในยุคของการเปิดเสรีทางการค้าการให้บริการการศึกษาได้
               ในปี 2550 ถือเป็นช่วงเริ่มต้นของความพยายามของมหาวิทยาลัยราชภัฏร้อยเอ็ดที่จะนำหลักการและวิธีการ
ของการจัดการความรู้มาใช้เป็นเครื่องมือในการพัฒนามหาวิทยาลัยฯให้สามารถขับเคลื่อนไปสู่เป้าหมายที่วางไว้ได้โดยในปีแรก
นี้จะเน้นที่การเรียนรู้และทำความเข้าใจเกี่ยวกับการจัดการความรู้ในองค์กรและการสร้างวัฒนธรรมการเรียนรู้และการแบ่งปัน
หรือแลกเปลี่ยนเรียนรู้ (Knowledge Sharing) ที่สมบูรณ์

พันธกิจ 

          1. สร้างความรู้ ความเข้าใจ และศรัทธาในกระบวนการของการจัดการความรู้เพื่อให้เกิดบุคลากรที่จะเป็นต้นแบบในการจัดการเรียนรู้และช่วยขับเคลื่อนการดำเนินงานด้านการจัดการความรู้
ในองค์กร
2. สร้างวัฒนธรรมความใฝ่รู้ให้กับบุคลากรในองค์กร เพื่อให้เกิดความตระหนักที่จะเรียนรู้และแลกเปลี่ยนหรือแบ่งปันความรู้ ทำให้มีความคิดริเริ่มสร้างสรรค์ ก่อให้เกิดความรู้ใหม่ๆมาพัฒนางานของตน อันจะนำไปสู่การพัฒนาองค์กร
3. รวบรวมความรู้ต่างๆ ตามความต้องการของมหาวิทยาลัยที่ระบุ ทำการจัดรูปแบบให้เหมาะสม จากทั้งภายในและภายนอกองค์กรเพื่อนำมาพัฒนาบุคลากร ให้มีผลการปฏิบัติงานที่ดีขึ้นอันจะส่งผลให้เกิดความเจริญก้าวหน้าขององค์กร
4. สร้างสรรค์ความรู้ใหม่อันเกิดจากแรงผลักดัน การหยั่งรู้ และความเข้าใจอย่างลึกซึ้งที่เกิดขึ้น
ในแต่ละบุคคล ซึ่งทุกๆคนสามารถเป็นผู้สร้างความรู้ได้เอง
5. จัดเก็บความรู้ขององค์กรอย่างเป็นระบบ ซึ่งอาจจัดเก็บอยู่ในรูปหมวดหมู่ต่างๆ ทำให้ง่ายต่อ
การสืบค้น เพื่อให้บุคลากรนำไปประยุกต์ใช้ในงานได้อย่างทันเวลาและตรงตามความต้องการ


กลยุทธ์

             1. สร้างเสริมความรู้ความเข้าใจและจัดกิจกรรมหรือโอกาสให้บุคลากรได้เห็นพลังของจัดการความรู้
             2. แสวงหา Best Practice ทั้งภายในและภายนอกมหาวิทยาลัยเพื่อนำมาปรับใช้ให้เหมาะสมกับบริบทของมหาวิทยาลัย และหน่วยงานย่อยภายในมหาวิทยาลัย
             3. สร้างเวทีแบ่งปันความรู้ในรูปแบบต่างๆเช่น การเผยแพร่ผลงานวิจัยของสถาบันใน
การประชุมวิชาการ การประกวดนวัตกรรมจากโครงงานของนักศึกษา การฝึกอบรมเพื่อพัฒนาทักษะ
การทำงาน เป็นต้น
             4. สร้างเครือข่ายของการจัดการความรู้ ระหว่างมหาวิทยาลัย และองค์กรวิชาการ
ด้านการจัดการความรู้ เพื่อพัฒนาการจัดการความรู้โดยรวม ของมหาวิทยาลัยให้มีพัฒนาการที่ต่อเนื่อง
             5. ติดตามและประเมินผลการดำเนินงานด้านการจัดการความรู้ เพื่อนำผลมาปรับปรุงแก้ไข การดำเนินงาน
ให้ดียิ่งขึ้น

Back